เมื่อเรามี 28 วัน ในLondon หนาว เหนื่อย สนุก....

             สวัสดีจ้ะเพื่อนๆ เด็กดี เราชื่อออมนะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ 28 วันในลอนดอนของเรา ตอนนี้เราเรียนอยู่ที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ชั้นปีที่ 2 เมื่อปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมา เราได้ทุนจากคณะไปเรียนภาษาอังกฤษที่ลอนดอนเป็นเวลา 28 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2559  มีเพื่อนๆ ในคณะไปกับเราตั้ง 40 คนแหน่ะ กรุ๊ปใหญ่เลย การที่เราได้ทุนนี้ ก็เพราะว่า ที่คณะเรามีการจัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษตอนปี 1 โดยนิสิตทุกคนต้องสอบ TOEIC เพื่อดูผลของการเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษที่คณะจัดให้ คนที่ได้คะแนนดี ถึง ดีเยี่ยม จะได้ทุนการศึกษาไปเรียนภาษาเพิ่มเติมที่ลอนดอน สำหรับเรา เราได้ทุนครึ่งหนึ่งจากคณะ

           เริ่มจากวันที่ 15 พฤษภาคม 2559 เป็นวันเดินทาง เราเดินทางกันด้วยสายการบิน Air India ทุกคนมาเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่ตีห้า (เช้ามากกกก) เพราะflight เดินทางของเราเป็นไฟต์เช้า และเดินทางถึงลอนดอนในวันที่ 15  พฤษภาคม เวลาประมาณหนึ่งทุ่มที่อังกฤษ  ภาพแรกที่ได้เห็นในสนามบินHeathrow Terminal 4 คือ คนต่อแถวรอผ่านด่านตม.เยอะมากกกกกกกก แต่โชคดีที่เรามากันเป็นกรุ้ป และโรงเรียนเตรียมรถบัสมารอรับพวกเราที่สนามบิน  เจ้าหน้าที่เลยเปิดช่องทางพิเศษให้ ถือว่าโชคดีมากๆ 

กรุ๊ปของเราก่อนขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยมีท่านคณบดี ดร.วาณี  อรรจน์สาธิต เดินทางไปพร้อมกับพวกเราด้วย

 

แท่น แท่น แท๊น  ถึงลอนดอนแล้วววววววววว

              หลังจากนั้นรถบัสก็มาส่งพวกเราทั้ง40คน รวมทั้งอาจารย์ที่ร่วมเดินทางไปกับเราที่หน้าโรงเรียน วินาทีแห่งความตื่นเต้นกำลังจะเกิดขึ้น!! นั่นก็คือ....การได้พบกับโฮสท์ ต้องบอกก่อนว่าโรงเรียนที่เราไปเรียนเป็นโรงเรียนสอนภาษาโดยเฉพาะ อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Ealing Broadway เพราะฉะนั้นบ้านที่พวกเราพักก็จะอยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียน สามารถเดินทางมาเรียนได้สะดวกมาก ไม่ว่าจะเดิน นั่งบัสมาเรียน หรือบางคนก็โฮสท์มาส่ง แต่ละบ้านจะอยู่กันสองคนคือมีเพื่อนร่วมทริปที่เราจับคู่กันเองนี่แหละที่อยู่ด้วยกัน คืนนั้นโฮสมารับเราที่หน้าโรงเรียนพร้อมกับจูงหมามาตัวนึงและพาเราเดินกลับบ้าน ใช่ เดิน ทุกคนอ่านไม่ผิดหรอก 55555555 ด้วยความที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียนมากๆ เดินไม่ถึงห้านาทีก็ถึงแล้ว ถึงแม้ว่าวันนั้นจะต้องลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่มีน้ำหนักเกือบ20กิโลไปด้วยก็ตาม แต่ก็ต้องอดทน พอมาถึงบ้าน ที่บ้านเรามีโฮสท์สองคนเป็นสามีภรรยากัน และมีลูกสาวกับลูกชาย เราได้นอนที่ชั้นบนสุดของบ้าน  
ครอบครัวโฮสท์ที่น่ารัก


               ทุกวันก่อนไปโรงเรียนโฮสจะเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้ ซึ่งก็คือซีเรียลกับนม ข้าวกลางวันเราต้องไปหากินเอง และกลับมากินข้าวเย็นที่บ้าน  บ้านโฮสท์ที่เราอยู่โฮสท์เป็นชาวอิตาเลียน อาหารที่เรามักจะได้กินอยุ่บ่อยๆก็คือ สปาร์เก็ตตี้ พาสต้า บางวันโฮสก็ทำข้าวผัดให้กินเพราะกลัวว่าเราจะคิดถึงอาหารไทย โฮสเราเฟรนลี่มากๆ ทุกวันในช่วงเวลาอาหารเย็น โฮสจะมานั่งคุยกับเรา ถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ไปเที่ยวไหนมา เรียนเป็นยังไงบ้าง มีตรงไหนไม่เข้าใจรึเปล่า และโฮสก็มักจะชอบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้เรากับเพื่อนอีกคนไป ส่วนโฮสท์พ่อ(โฮสท์ที่เป็นผู้ชาย)จะชอบเล่าเรื่องราวของลอนดอนในยุคสมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่นหรือเป็นเด็กให้เราฟัง ฟังเพลินดีนะ ได้ความรู้ด้วย ก่อนหน้าที่เราจะเดินทาง ยอมรับเลยว่าเรากังวลเรื่องโฮสท์มากๆ เพราะไม่รู้ว่าเราจะต้องไปอยู่กับใคร เขาจะมีกฎอะไรรึเปล่า แต่ปรากฏว่าพอมาอยู่จริงๆ โฮสท์ใจดีมาก ที่บ้านไม่มีกฎอะไรเลยนอกจากถอดรองเท้าเข้าบ้าน และห้ามกลับบ้านหลังสี่ทุ่ม แต่ถ้าวันไหนจะกลับช้าหลังสี่ทุ่มให้บอกล่วงหน้า โฮสท์ชวนเราคุยทุกวันจนเรารู้สึกว่าสกิลการพูดและการฟังของเราพัฒนาขึ้นมาก โฮสท์แฟมิลี่เป็นตัวช่วยในการฝึกภาษาที่ดีมากๆเลยแหละ

บ้านโฮสท์จะอยู่ติดๆกันค่ะ และตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนมากๆเลย

              มาต่อกันที่เรื่องเรียน โรงเรียนที่เราไปเรียนเป็นสถาบันสอนภาษาโดยเฉพาะ คือไม่ใช่College หรือ High schoolทั่วไป แต่ก็จะมีกรุ๊ปนักเรียนจากต่างชาติมาเรียนที่นี่อยู่บ่อยๆ ช่วงที่เราไปก็จะมีกรุ๊ปนักเรียนอิตาลีมาเรียนด้วย ไปโรงเรียนวันแรกก็จะมีการสอบวัดระดับและสัมภาษณ์นิดหน่อย เพื่อแยกนักเรียนตามlevel ที่เหมาะสม เราได้เรียนห้องadvance ในห้องเรามีนักเรียน12คน ยอมรับว่าเป็นการเรียนที่สนุกมากๆ อาจารย์ฝรั่งที่มาสอนห้องเราจะมีสองคน คือPatrick กับ Malcolm อาจารย์ใจดีมากๆ บทเรียนก็สนุกมากๆ ไม่เน้นแกรมม่าเท่าไหร่แต่ทุกเนื้อหาที่เรียนมันคือสิ่งที่เราได้ใช้ในชีวิตประจำวันเลย 28วันที่ได้เรียนที่นี่ถือว่าคุ้มมากๆ

บรรยากาศในคลาส
อาจารย์สอนสนุกมากกกกกกกกกก   มีสถานการณ์จำลองในห้องเรียนตลอด ให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษ


เพื่อนเรากำลังพรีเซนต์หน้าห้องเรียน

อาจารย์กระตุ้นให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันตลอด 


             ช่วงที่ไปเรียน เราจะเรียนแค่วันจันทร์ถึงศุกร์ ตอนเก้าโมงเช้าถึงเที่ยงสี่สิบห้า ส่วนช่วงบ่ายก็ฟรีสไตล์เลยจ้า ใครอยากไปเที่ยวไหนก็ไปตามอัธยาศัยของตัวเอง การเดินทางที่ลอนดอนสะดวกมากๆ ไม่ว่าจะเดิน(อากาศสบายๆ) ขึ้นบัส หรือขึ้นtube แค่มีบัตรoyster card ใบเดียวก็ไปได้ทั่วเลย แต่ค่าเดินทางก็แอบแพงเหมือนกันนะ เราเติมเงินแบบ weekly อาทิตย์ละ 38ปอนด์  แต่ก็ถือว่าใช้คุ้มนะ เพราะว่าขึ้นได้ทั้งบัสและก็tubeแบบไม่จำกัดเที่ยว ที่ๆเราชอบไปมากที่สุดตอนอยุ่ลอนดอนคือ Regent’s Park 

Regent's Park

   Regent’s Park เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่มากแล้วก็มีสวนสัตว์อยู่ในนั้นด้วย ช่วงที่เราไปมันเป็นช่วงซัมเมอร์พอดี ดอกกุหลาบกำลังบานเลย แต่ก็ยังไม่ออกดอกบานเต็มที่ ถ้าใครอยากไปดูช่วงที่สวนกุหลาบบานเต็มที่ แนะนำให้ไปช่วงเดือนมิถุนายนนะ

ดอกกุหลาบที่ Regent's Park


นี่ก็ดอกกุหลาบนะ กุหลาบไอศกรีม
ไอติมกุหลาบซื้อร้านAmorino เป็นร้านไอติมชื่อดังย่านsoho ถ้าใครไปแถวนั้นต้องแวะไปลองนะ 3 ยูโร (แอบแพง)


ปกติเราเรียนภาษาอังกฤษแค่ครึ่งวัน ดังนั้นโปรแกรมผจญภัยเราจึงมาเต็ม 5555

Tower Bridge 

ตะลุยรถไฟใต้ดินลอนดอน Underground

วังเวงดีเหลือเกิน  บรื๊อ.........




เห็นแดดแรงๆแบบนี้ ชั้นหนาวววววว

ณ Tower Bridge ลั่ลล๊าๆ




แล้วก็ Big Ben

ทีมมนุษ มศว รายงานตัวค่ะ/ครับ

           รวมๆแล้วเราประทับใจทริปนี้มากเลย เป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่ามาก ได้ทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำ เดินไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดหมายบางทีมันก็มีความสุขดีนะ ต้องขอขอบคุณคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้พวกเราค่ะ

>